อยากทำ ธุรกิจส่งอาหารหรือธุรกิจ Delivery แต่ไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม…เราก็ทำได้นะ

ธุรกิจส่งอาหารหรือธุรกิจ Delivery ก็ยังเป็นธุรกิจที่เติบโตดีมากๆ เป็นอันดับต้นๆ ในช่วงโควิด ซึ่งสร้างโอกาสและสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตและผู้บริโภคอย่างมากไม่ว่าจะเป็นอาหารในหมวดไหนก็ตา จะเห็นได้จากมี Driverคอยบริการรับส่งอาหารตามบ้าน แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเราไม่อยากพึ่ง Driver ในธุรกิจของตนเองที่เข้าร่วมกับ Partner ของตัวกลางผ่านแอปเราก็สามารถทำได้จากการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจในธุรกิจอาหารของตนเองได้ รวมถึงดำเนินการจัดส่งตามบ้านได้ด้วยตนเองอีกด้วยนะต้องบอกก่อนว่าเราไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายเยอ เนื่องด้วยการทำธุรกิจในช่องทางออนไลน์จึงเป็นการนัดแบบติดต่อไปรับส่งอาหารตามบ้านผ่านช่องทางติดต่อของธุรกิจของตนเอง ในเขตชุมชนก็เริ่มแบบรับส่งเองถึงที่บ้านนัดรับว่าให้ส่งในพิกัดไหนจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องการประหยัดงบในการหาอาหารกิน เนื่องจากค่าแรงต่ำแต่รายจ่ายสูงลิ่ว ซึ่งคิดหนักว่าเราจะทานอะไรอย่างประหยัดในแต่ละมื้อจริงๆ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม Partnerที่ต้องแบ่ง % ซึ่งไม่ได้มีทุกคนที่จะจ่าย % ของธุรกิจได้ทั่วถึง

ธุรกิจส่งอาหารหรือธุรกิจ Delivery แต่ไม่อยากเสียค่าธรรมเนียม

ซึ่งจะแนะนำวิธีการทำ ธุรกิจส่งอาหารหรือธุรกิจ Delivery ที่สามารถทำได้ด้วยตนเองดังนี้

  • สิ่งที่ต้องลงทุนมีแค่มอเตอร์ไซค์กับกล่องอาหารสำหรับรักษาอุณหภูมิ ถ้าหากใครมีอยู่แล้วสามารถดำเนินธุรกิจได้ทันที แต่ต้องมีการทำสื่อโปรโมทอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ธุรกิจของตนเองเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น นอกจากนี้การขับรถส่งอาหารในแต่ละครั้งจะต้องมีความชำนาญในเส้นทางนั้นๆ  พอสมควร เพื่อที่จะส่งได้ถึงที่หมาย แต่ถ้าหากคนละพิกัดหรือข้ามอำเภอให้เปลี่ยนเป็นนัดรับหรือแพ็คของส่งข้ามจังหวัดแทน แต่การแพ็คของข้ามจังหวัดจะมีค่าส่งแพงกว่า
  • ในชุมชนที่สมาร์ทโฟนเข้าไม่ถึงใช้วิธีแจกโบร์ชัวร์แนะนำอาหาร ว่าในธุรกิจของตนทำอาหารอะไรบ้างแล้วให้ช่วยกันบอกต่อๆ ว่าบ้านนี้รับส่งอาหารตามเมนูที่กำหนด ซึ่งถ้าเป็นพิกัดท้องที่หรือใกล้เคียงจะส่งฟรี แต่ถ้านอกเหนือจากนี้อาจจะบวกค่าบริการการจัดส่งเข้ามาด้วย เนื่องจากธุรกิจส่งอาหารจะใช้จ่ายในค่าน้ำมันรถเพิ่มเติมในแต่ละรอบ  ซึ่งจะต้องเน้นทำเวลาและส่งถูกที่หมายเป็นพิเศษ
แนะนำวิธีการทำ ธุรกิจส่งอาหารหรือธุรกิจ Delivery
  • ระบุชื่อเมนูอาหารในธุรกิจของตนให้ชัดเจนและเพิ่มช่องทางการติดต่อว่า หากสนใจสั่งสินค้าให้ติดต่อได้ที่ช่องทางไหนบ้าง อาจจะระบุเฟซบุ๊ค ไลน์ เบอร์โทรศัพท์ ถ้าหากมี QR Code  จะง่ายมากสำหรับคนที่มีสมาร์ทโฟนส่วนใครไม่มีสมาร์ทโฟนให้ติดต่อทางเบอร์โทรศัพท์แทน เพื่อการบริการที่รวดเร็ว เข้าถึงการซื้อขายได้ทันใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย